ในที่สุด ก็ถึงวันที่รอคอย …
เมื่อญี่ปุ่นกลับมาเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกครั้ง หลังปิดรับเพราะวิกฤติโควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี ค.ศ. 2020 กว่าจะกลับมาเปิดรับ แม้วิกฤติโควิดจะยังไม่ซา ยังคงหนาตา แต่ว่าธุรกิจต้องก้าวเดินต่อไป จึงทำให้ทางญี่ปุ่น ประกาศเปิดรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง ตั้งแต่ 10 มิถุนายน 2022 เป็นต้นมา รวมเวลาถึง 2 ปีกว่า ที่ปิดไป
แต่ …
ถึงจะกลับมาเปิดรับ ก็มีข้อจำกัดต่างๆ นานา ทั้งจำกัดจำนวนผู้เดินทางเข้าประเทศ(ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด) 2 หมื่นคน/วัน หรือการที่จะเข้าไปท่องเที่ยวในญี่ปุ่นได้นั้น ต้องไปกับทัวร์ โดยมีไกด์ ที่มีโทรศัพท์ญี่ปุ่น เพื่อใช้ในการติดต่อด้วย และที่สำคัญ คือ ต้องขอยื่นวีซ่าเพื่อการท่องเที่ยว ด้วย
วันนี้ ผมก็จะขอมาสรุปการยื่นเอกสารเพื่อการขอวีซ่าเพื่อการท่องเที่ยวญี่ปุ่น และการรับเล่มคืน
โดยจะเป็นข้อมูล ณ วันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ.2565 (ค.ศ.2022) นะครับ หลังจากนี้ อาจมีการเปลี่ยนแปลงก็ได้ เพราะต้องยอมรับว่า ตอนนี้ วันนี้ ที่ผมยื่นและได้รับเล่มคืนมาแล้ว ญี่ปุ่น ยังแค่ “แง้ม” ประตูรับนักท่องเที่ยวนะครับ ยังไม่ได้เปิดรับเต็มตัว เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังไม่สู้ดีนัก
เกริ่นมาตั้งนาน เอาละครับ เรามาดูกันก่อน ว่า การจะไปยื่นขอวีซ่า ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง โดยจะขอ อ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ของสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย ( https://www.th.emb-japan.go.jp/itpr_th/visaindex.html )

สิ่งแรกเลย คือ ต้องไปยื่นคำร้องขอวีซ่า ที่ศูนย์รับคำร้องวีซ่าญี่ปุ่น (JVAC) เท่านั้น ไม่ต้องไปที่สถานกงสุลนะครับ ไปฟาล์วแน่นอน
อยู่ที่ ชั้น 9 อาคาร One Pacific Place ( BTS นานา)
เวลาทำการ 08.30 น. – 18.00 น.
วันทำการ วันจันทร์ – วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการของสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น)

อีกอย่างหนึ่งเลยที่สำคัญมากๆ คือ ERFS หรือ Entrants, Returnees Follow-up System ที่เป็นเอกสารรับรองสำคัญ จากทางบริษัทที่รับผิดชอบในญี่ปุ่น
ซึ่ง ณ เวลานี้ ไม่มี ไม่ได้
แล้วทำอย่างไรถึงจะได้มา?
ตอนนี้ มีทางเดียวครับ ติดต่อกับทางทัวร์ หรือ บริษัทท่องเที่ยว เท่านั้น!

หน้าตาของ ERFS ก็จะประมาณนี้ ต้องมีระบุชื่อผู้เดินทาง วันเดือนปีเกิด หมายเลขหนังสือเดินทาง ชื่อ-อยู่ ของโรงแรมที่จะไปพัก รวมถึงไปรายละเอียดต่างๆ ของบริษัทแลนด์โอเปอเรชั่นทางญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้รับรองการออกเอกสารนี้
ดังนั้น เอกสารนี้ จึงไม่ได้ออกกันง่ายๆ เพราะทางแลนด์ญี่ปุ่นเอง ก็เป็นผู้รับประกัน ว่า ไปแล้ว ไปเที่ยวจริงๆ ไม่ได้หนีเป็นผีน้อย!
และนอกจากนี้ ก็ยังต้องมีเอกสารสำคัญประกอบอีกด้วย คือ
( อ้างอิงจาก https://www.th.emb-japan.go.jp/itpr_th/visa1.html )
โดย ข้อความที่เอียงและเป็นตัวหนา คือ ความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะ เพิ่มเติม จากประสบการณ์ส่วนตัวนะครับ อาจจะไม่จำเป็นก็ได้
- หนังสือเดินทาง (ในวันยื่นขอวีซ่ามีหน้าว่างที่ไม่มีตราประทับมากกว่า 2 หน้าขึ้นไป หากมีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาแสดงด้วย) และควรมีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน (แม้ในเว็บไซต์ของสถานทูตจะไม่ระบุ แต่ควรครับ)
- ใบคำร้องขอวีซ่า (พิมพ์มาจากเว็บไซต์ของสถานทูต จากลิงค์ข้างบนนี้ หรือรับได้ที่ศูนย์ JVAC) 1 ชุด
- รูปถ่าย (ขนาด 2 x 2 นิ้ว สีหรือขาวดำ ที่มีพื้นหลังเป็นสีอ่อน ไม่มีลวดลาย ไม่มีการแต่งภาพถ่าย จะต้องเป็นรูปถ่ายที่ชัดเจน และถ่ายมาไม่เกิน 6 เดือน พร้อมติดรูปถ่ายลงในใบคำร้อง) 1ใบ จากข้อมูลในเว็บไซต์ แจ้ง 2×1.4 นิ้ว แต่ตอนไปยื่นจริง เจ้าหน้าที่ให้เป็น 2×2 นิ้ว และที่สำคัญ อย่าเอาคลิปหนีบรูป ห้ามให้รูปมีรอยตำหนิ แม้เพียงนิดเดียวก็ต้องเปลี่ยนรูปใหม่เลยครับ
- แบบสอบถามเพื่อการยื่นขอวีซ่า (เลือกตามวัตถุประสงต์ในการเดินทาง และลงลายเซ็นตามหนังสือเดินทาง) ภาษาอังกฤษ / ภาษาไทย 1 ชุด
- ทะเบียนบ้าน ฉบับจริงและสำเนา 1 ชุด ซึ่งจะได้คืนทันทีหลังจากยื่นคำร้องขอวีซ่า เมื่อเจ้าหน้าที่พิจารณาว่าสำเนาถูกต้องแล้ว โดยแผ่นถ่ายเอกสาร ไม่ต้องเซ็นต์สำเนาถูกต้อง
- เอกสารรับรอง
- ในกรณีที่ผู้ยื่นเป็นพนักงาน หรือข้าราชการ ให้แสดงหนังสือรับรองการทำงานจากหน่วยงานที่สังกัด (ให้ระบุตำแหน่ง วันเริ่มทำงาน อัตราเงินเดือน และระยะเวลาวันลาพักร้อน)
- ในกรณีที่ประกอบธุรกิจส่วนตัว ให้แสดงหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท หรือทะเบียนการค้าจากกระทรวงพาณิชย์
- ในกรณีนักเรียนนักศึกษาที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป ให้แสดงหนังสือรับรองสถานภาพการเป็นนักเรียนนักศึกษา และหนังสือรับรองการทำงาน หรือหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท หรือทะเบียนการค้าของผู้อุปการะ
- ในกรณีผู้อยู่ภายใต้อุปการะเลี้ยงดู เช่น แม่บ้านที่ไม่ได้ทำงาน ให้แสดงหนังสือรับรองการทำงาน หรือหนังสือรับรองจดทะเบียนบริษัท หรือทะเบียนการค้าของผู้อุปการะ
- *** เอกสารทุกอย่างจะต้องออกไม่เกิน 3 เดือน ในกรณีที่ผู้ยื่นไม่มีอาชีพ หรือประกอบอาชีพที่ไม่สามารถแสดงหนังสือรับรองการทำงาน หรือหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท หรือทะเบียนการค้าได้ กรุณาทำหนังสืออธิบายอาชีพและรายได้ โดยละเอียด) ฉบับจริง 1 ชุด
- ผู้ที่เดินทางเป็นครั้งแรก หากเคยเปลี่ยนชื่อตัว-สกุล หรือผู้ที่ได้เปลี่ยนชื่อตัว-สกุลหลังจากเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นครั้งที่แล้ว ให้เตรียมเอกสารแสดงการเปลี่ยนชื่อตัว-สกุล เช่น ใบเปลี่ยนชื่อตัว-สกุล ใบสำคัญการสมรส ใบสำคัญการหย่า ฉบับจริงและสำเนา 1 ชุด
- สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร(ของผู้ยื่นคำร้อง หรือผู้อุปการะ) ฉบับจริงและสำเนา(ทุกหน้า)1 ชุด
- *** ใช้สำหรับยื่นในกรณีที่ผู้ยื่นเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วยตัวเอง ยกเว้นสำหรับผู้ยื่นที่เป็นข้าราชการ หรือพนักงานบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือมหาวิทยาลัย เป็นต้น ซึ่งมีอัตราเงินเดือนตั้งแต่ 2 หมื่นบาทขึ้นไป และสามารถตรวจสอบได้จากหนังสือรับรองการทำงาน ไม่ต้องยื่นสมุดบัญชีธนาคาร ทั้งนี้รวมถึงการยื่นสำหรับครอบครัวในความอุปการะของบุคคลดังกล่าวด้วย)
- กำหนดการเดินทาง เอกสารเหล่านี้ไม่มีการกำหนดรูปแบบ แต่สามารถดูได้จากลิงค์ไฟล์ PDF ซึ่งจะมีตัวอย่างของเอกสาร ที่สามารถดาวน์โหลดมาใช้ได้
- บุคคลที่สามารถให้มีตัวแทนมาดำเนินการยื่นวีซ่าได้นั้น กรุณาตรวจสอบรายละเอียดคุณสมบัติที่นี่ (https://www.th.emb-japan.go.jp/th/consular/general.htm) กรณีที่ให้ตัวแทนมาดำเนินการยื่นวีซ่าแทนนั้น ผู้ยื่นจะต้องเขียน หนังสือมอบอำนาจด้วยตนเอง (หนังสือมอบอำนาจภาษาไทย) (หนังสือมอบอำนาจภาษาญี่ปุ่น) (หนังสือมอบอำนาจภาษาอังกฤษ) ซึ่งผู้ดำเนินการแทน ควรเตรียมสำเนาบัตรประชาชนมาเผื่อไว้ด้วย



โดยสรุปนะครับ ก็ให้เตรียมเอกสารตามที่สถานกงสุลกำหนดไว้ได้เลย และเน้นย้ำที่ผมกำชับไว้ คือ
- รูปถ่ายขนาด 2×2 นิ้ว ที่ห้ามใช้คลิปหนีบ หรือมีร่องรอยตำหนิใดๆ บนรูปถ่าย เจ้าหน้าที่จะขอเปลี่ยนใบใหม่เลย
- สมุดบัญชีธนาคาร หากไม่สะดวกส่งเล่มจริง หรือ ไม่ค่อยได้อัพเดทรายการ จนมีการรวบรัดไม่แสดงรายละเอียด ผมแนะนำว่า ให้ขอ Statement ย้อนหลัง 6 เดือน จากทางธนาคาร โดยที่ขอเป็นภาษาอังกฤษ นะครับ ซึ่งโดยความเห็นส่วนตัว ทางกงสุลน่าจะพิจารณาจาก Cash Flow หรือ เงินหมุนเวียน และพิจารณาถึงเงินเก็บด้วย แต่ไม่จำเป็นต้องมีเก็บเป็นหลักแสนหลักล้านก็ได้ครับ
- กำหนดการเดินทาง ทำออกมาเป็นตารางคร่าวๆ ระบุว่า วันไหน ไปไหน มื้อเที่ยง มื้อเย็นที่ไหน พักที่ไหน ซึ่งหากมีชื่อร้าน ชื่อโรงแรม และเบอร์โทรศัพท์ด้วยจะดีมาก
- รายชื่อบุคคลร่วมทริิป เป็นภาษาอังกฤษ เพราะยังจำกัดว่า ไปในลักษณะของทัวร์เท่านั้น จึงจำเป็นต้องมีรายชื่อของผู้ร่วมเดินทาง และ **ต้องมีชื่อไกด์ รวมถีงเบอรโทรศัพท์ติดต่อของไกด์ ที่ญี่ปุ่นด้วย ซึ่งแผ่นนี้ ถ้าไม่มี เจ้าหน้าที่ไม่รับยื่นครับ ให้กลับไปเตรียมมาให้พร้อม
- ถ้ายื่นแทน ต้องมีใบมอบอำนาจ (ควรเป็นภาษาอังกฤษ) และ ต้องเตรียมสำเนาบัตรประชาชนของผู้ยื่นแทนด้วย 1 ชุด
ทีนี้ เมื่อเอกสารพร้อมแล้ว ก็ไปที่ศูนย์ JVAC ตึก One Pacific Place ซึ่งแนะนำให้เดินทางโดยรถไฟฟ้า BTS ไปลงที่สถานี Nana สะดวกที่สุด ลงมาเดินทะลุตึก Two Pacific ก็ถึงแล้ว
ไปถึงก่อน 8:30 น. ก็นั่งรอข้างล่างก่อนนะครับ ขึ้นไปเร็ว กะไปดักรอคิวด้านบน อาจโดน รปภ. ไล่ให้ลงไปรอข้างล่างนะครับ ผมไป 8:15 น. อีกแค่ 15 นาที ก็โดนไล่มาแล้ว !
เมื่อถึงเวลา ก็ขึ้นไปชั้น 9 แล้วแจ้ง รปภ ว่า จะมายื่นวีซ่า (ถ้ากรณีรับคืน ก็แจ้งว่า มารับเล่มคืน) เพราะหมายเลขในการรอ จะไม่เหมือนกัน แล้วถ้าแจ้งผิดประเภท อาจต้องเริ่มใหม่นะครับ

เมื่อถึงคิว เจ้าหน้าที่เรียก ก็นำเอกสารที่เตรียมมาไปยื่นให้เจ้าหน้าที่ ซึ่งจะทำการตรวจสอบความถูกต้อง และครบถ้วนของเอกสาร ถ้าอย่างใดขาด ไม่ครบ คือต้องกลับไปตั้งหลักใหม่เลยนะครับ
ข้างล่างระหว่างตึก One และ Two จะมีร้านรับพิมพ์เอกสาร (แผ่นละ 30 บาท) และถ่ายเอกสาร (แผ่นละ 10 บาท) ถ้าขาดเหลือ ก็ยังพอพิมพ์เอกสารได้ แม้จะเสียเวลาและค่าใช้จ่ายบ้าง แต่ก็ดีกว่ากลับไปตั้งหลักใหม่ที่บ้าน

เมื่อยื่นเอกสารเสร็จเรียบร้อย จะต้องชำระเงิน โดยที่
รับเป็นเงินสดเท่านั้น ไม่รับบัตร ไม่มีการแสกนจ่าย หรือโอนจ่าย
ค่าใช้จ่ายต่อคน สำหรับ Single VISA (ยังไม่มีแบบ Multiple)
ค่าวีซ่า 870 บาท ค่าดำเนินการ 705 บาท ต่อคน
หลังจากนั้น จะได้ใบนี้มา ซึ่งจะระบุวันนัดรับเล่มคืนพร้อมฟังผลซึ่งโดยปกติ ก็จะเป็น 5 วันทำการ (ไม่น้บวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดของทางญี่ปุ่น)
หากไม่ผ่าน จะได้เล่มหนังสือเดินทางคืน และค่าวีซ่า 870 บาทคืน เท่านั้น
หากทางสถานกงสุลมีการเรียกแสดงเอกสารเพิ่มเติม วันที่นัดรับเล่มคืน ก็จะล่าช้าไปอีก
ข้อควรระวัง
- อย่าเพิ่งรีบออกตั๋วเครื่องบิน หากวีซ่ามีปัญหา อาจต้องเลื่อนการเดินทาง จะเสียค่าใช้จ่ายในการเลื่อนไฟล์ท หรือ หากเป็นตัวแบบฟิกซ์ คือ เลื่อนอะไรไม่ได้ ก็จะเสียเปล่า
- เอกสาร ให้พร้อม ตามที่ผมระบุ สำคัญที่สุด คือ ERFS, รายการเดินทาง รายชื่อผู้เดินทางพร้อมไกด์และเบอร์ติดต่อ รวมถึง ความถูกต้องของเอกสารต่างๆ ด้วยครับ ไม่อย่างนั้น จะเสียเวลาเปล่า
- เงินสด เตรียมไปให้พร้อม เพราะไม่รับโอน ไม่รับสแกน ไม่รับบัตรเครดิต
เมื่อครบกำหนดถึงวันฟังผลและรับเล่มหนังสือเดินทางคืน

ให้ไปรับเล่มตามวันที่ระบุ ได้ตั้งแต่ 8:30 น. ที่สถานที่เดิม คือตึก One Pacific Place ชั้น 9 โดยสิ่งที่ต้องเตรียมไปคือ ใจ เอ๊ย ใบนัดที่รับมาเมื่อวันที่ยื่น
แจ้งเจ้าหน้าที่ว่ามารับเล่มคืน จะได้หมายเลขคิวที่ขึ้นต้นด้วยเลข 5

จากนั้น รอถึงคิว เจ้าหน้าที่จะรับใบนัดไป แล้วนำหนังสือเดินทางมา โดยเราจะต้องแจ้งชื่อ-นามสกุลของเจ้าของหนังสือเดินทางให้ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นของตนเอง หรือ รับแทน แล้วเจ้าหน้าที่จะแจ้งว่า ผ่าน หรือ ไม่ผ่าน พร้อมกับส่งใบเสร็จรับเงินให้ โดยจะย้ำเรื่องการเดินทาง การตรวจ RT-PCR ก่อนเดินทาง ซึ่งต้องไม่เกิน 72 ชั่วโมง ก่อนถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ญี่ปุ่นนะครบั ไม่ใช่ 72 ชั่วโมงก่อนบิน
ถ้าผ่าน รับเล่มหนังสือเดินทางที่ติดวีซ่าให้เรียบร้อย พร้อมใบเสร็จ
ถ้าไม่ผ่าน รับเล่มหนังสือเดินทางคืน พร้อมเงินค่าวีซ่าคืนเท่านั้น ค่าดำเนินการ ไม่ได้คืน พร้อมใบเสร็จ
หากไม่ผ่าน จะต้องรอ 6 เดือน ถึงจะยื่นขอวีซ่าชนิดที่ไม่ผ่านได้อีกครั้งนะครับ เพราะฉะนั้น เอกสารต้องพร้อมจริงๆ
จากนั้นลงชื่อผู้รับ พร้อมเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้ เป็นอันเสร็จ
เป็นอันเรียบร้อย กว่าจะได้ รอลุ้นไป 7 วัน (5 วันทำการ รวมเสาร์-อาทิตย์) ทำเอาใจตุ้มๆ ต่อมๆ ใครโทรมาเป็นรีบรับ เพราะกลัวเอกสารมีปัญหา
ซึ่งโดยความเห็นส่วนตัวแล้ว ณ เวลานี้ การขอ ERFS และ วีซ่า แนะนำว่า ให้ทำผ่านทางทัวร์จะดีกว่า อาจมีค่าธรรมเนียมบ้าง แต่คุ้มกว่าการไปจัดการเองแน่นอนครับ แค่ค่าเดินทาง ก็เอาเรื่องแล้ว แถมการเตรียมเอกสารให้พร้อม เพื่อให้วีซ่ามีโอกาสผ่านสูง ก็ให้ทัวร์ทำให้ เสมือนเป็นเลขาฯส่วนตัว ไม่อย่างนั้น ต้องรอถึง 6 เดือนเลยนะครับ
สำหรับผมเอง ก็ขอขอบคุณบริษัท ShinFuji Traveler จำกัด บริษัทรับทำแลนด์จากประเทศญี่ปุ่นโดยตรง ที่ช่วยสนับสนุนเอกสาร และเป็นธุระจัดการเอกสารต่างๆ ให้ครับ

เอาละครับ ในส่วนของการขอวีซ่า ก็จบแค่นี้ครับ บทต่อไปคือ การเดินทางละครับ มารออ่านกันต่อ ว่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?